005: อีวา

posted on 07 Feb 2010 22:58 by catinthekitchen  in meMyChildren
คิดถึงอีวาเลยอุ้มออกมาเล่นด้วย
ไม่ได้เล่นกับเ็ด็กๆนานแล้วทั้งที่ซื้อชุดซื้อของเล่นให้เป็นระยะแท้ๆ
 
 
 
ช่วงนี้นอยด์เพราะการบ้านเยอะอีกแล้ว นอยด์ทีไรแล้วทำงานไม่ได้เลย
ฉันช่างเป็นคนที่จัดการชีวิตตัวเองได้ไม่มืออาชีพเสียจริงๆ

004: Cafe' Chilli

posted on 08 Jan 2010 08:43 by catinthekitchen  in meMyLife

 ก่อนอื่นแปะภาพแกงกะหรี่จากเอนทรี่ที่แล้วก่อน

ดูเละๆเทะๆแต่รสอร่อยเข้มข้นนะจ๊ะ

 

...กลับมาที่ชื่อเอนทรี่ ...

 

สืบ เนื่องจาก ผอ.ของกองได้เลื่อนไปเป็นรองเลขา สวช. (ชื่อย่อหน่วยงานแห่งหนึ่งที่สามารถหาเจอได้อย่างง่ายดายในอินเตอร์เน็ต) ท่านรองฯ จึงนัดเลี้ยงส่ง+ฉลองตำแหน่งใหม่ที่ Cafe' Chilli ในเย็นวันพุธ

...วันที่ฝนตกรถติดน้ำท่วมกรุงเทพฯ นั่นแหละจ้ะ...

สี่โมงครึ่งเวลาเลิกงานรอบแรก ฉันติดรถเพื่อนไปพร้อมรุ่นพี่อีกคนหนึ่ง รีบเร่งฝ่าแถวรถบนบรมราชชนนีไปพารากอนใช้เวลาไปทั้งหมดเกือบหนึ่งชั่วโมง ครึ่งก็แฮ่กกันไปถึงได้โดยสวัสดิภาพ

แต่กลุ่มที่เลิกงานรอบห้าโมงครึ่งถึงขั้นต้องสละรถกันระหว่างทาง (จอดทิ้งไว้ตามที่จอดรถต่างๆ) แล้วใช้รถไฟฟ้ากับเดินมาราธอนมายังที่นัดหมาย...ถึงประมาณสองทุ่มเกือบครึ่ง

...แม้แต่ท่านรองฯ ผู้เป็นเจ้าภาพก็ยังต้องเดินเท้ามาจากเซ็นทรัลชิดลม...

แต่แม้จะสาหัสกับการจราจร บรรยากาศอาหารมื้อนี้ก็สนุกสนานตามสมควรสำหรับฉันนะ เพราะความจริงแล้ว ตั้งแต่ฉันมาทำงานในกองนี้เมื่อสองปีก่อน ยังไม่เคยมีครั้งไหนที่พวกเราจะได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันเช่นนี้เลย แบบว่าปกติต้องผลัดกันไปทานตลอด รู้สึกปลื้มยังไงพิกล ฮึ ฮึ

ร้านอาหารบรรยากาศดี ราคาแพงใช้ได้ (หมายถึงแพงมากถึงมากที่สุด เช่น ส้มตำจานละสองร้อยขึ้นไป แง่ม) บริการดีถึงดีมาก ส่วนรสชาติอาหาร...บางจานอร่อย บางจานก็ออกจะ fusion ไปจนเกิดกว่าที่ลิ้นฉันจะเข้าถึง

  ชอบกระติ๊บข้าวเหนียวมาก มีมาให้ 3 แบบ ปกติ ใบเตย และข้าวเหนียวดำ
 แก้วของ mcDonald นั่นของฉันเอง ก่อนเข้าร้านเกิดอยากซดกาแฟร้าน junkfood รสนิยมดีชิมิล่า
 
ทานกันไปคุยกันไป ผู้ใหญ่เล่า เด็กๆฟัง รู้เรื่องมั่งไม่รู้เรื่องมั่ง...ที่ไม่รู้เรื่องนี่คงเป็นฉันคนเดียวนะ แต่ก็เพลินๆเพราะไม่เคยได้พร้อมหน้าพร้อมตากันขนาดนี้มาก่อน นั่งฟังคนอื่นเล่าเพลินๆสลับดูผ
 
สรุปว่ากว่าจะแยกย้ายกันก็ สี่ทุ่ม ฉันวิ่งหน้าเริ่ดข้ามไปฝั่งสยามขึ้นรถตู้แล้วต่อแท็กซี่ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ตอนห้าทุ่ม พอถึงบ้าน น้องชายบอกว่าช่วงหัวค่ำรถติดมากเลยชักรู้สึกโชคดีที่ไม่รีบกลับ ฮึ ฮึ
 
ปิดท้ายด้วยภาพ คุณว่าสีของโตเกียวบานาน่ามันเหมือน "อะไรบางอย่าง" ไหม?

003: แกงกะหรี่ญี่ปุ่น

posted on 04 Jan 2010 23:30 by catinthekitchen  in meMyCooking

เพราะเป็นวันสุดท้ายของการหยุดยาวฉลองปีใหม่ ฉันจึงตัดสินใจทำแกงกะหรี่ญี่ปุ่นตุนไว้เป็นเสบียงระหว่างสัปดาห์เพื่อความประหยัดกระเป๋าตังค์เนื่องจากมี wish list ชิ้นใหญ่อยู่ในใจ

ดังนั้น เพื่อให้สมกับชื่อบล็อกของตัวเองเลยเอาสูตรแกงกะหรี่แบบฉันมาเขียนในเอนทรี่นี้ ทำง่ายๆไร้กระบวนท่าลึกซึ้ง เหมาะกับมือใหม่อย่างยิ่ง

แกงกะหรี่ญี่ปุ่นแบบของฉัน

เตรียมวัตถุดิบ ได้แก่

  • มันฝรั่ง 2 หัว, แครอท 2 หัว, หัวหอมใหญ่ 2 ลูก ทุกอย่างหั่นชิ้นพอเหมาะ (ตามภาพประกอบ)
  • ก้อนแกงกะหรี่ ของฉันใช้ของ golden...สักอย่าง แต่ก้อนใหญ่ของเจ้านี้จะหักแบ่งได้เป็น 4 ชิ้นเล็ก วันนี้ฉันใช้ 2 ชิ้นเล็กนำมาหั่นๆบิๆให้เป็นชิ้นเล็กลงไปอีกเพื่อให้ละลายได้ง่าย
  • ผงกะหรี่ตราปืนไขว้ อันนี้ใช้เพื่อเพิ่มกลิ่นและรสให้เข้มข้นยิ่งขึ้น
  • น้ำมันใช้สำหรับผัดผักก่อนเคี่ยว
  • เนยใช้เพิ่มความหอมมันยิ่งขึ้น 
  • น้ำสะอาด

 เริ่มจากตั้งหม้อทรงสูง ใส่น้ำมันอุ่นจนร้อนแล้วใส่หัวหอมใหญ่ลงผัดจนใสและนิ่มจะมีกลิ่นหอมออกมา

นำแครอทและมันฝรั่งลงไปผัดตามลำดับ ผัดไปเรื่อยๆจนผักเริ่มสุก ระวังหัวหอมไหม้ด้วย

พอผักเริ่มสุกนิ่มให้ใส่ผงกะหรี่ปืนไขว้ลงไป ไม่ต้องเยอะมาก กะประมาณ 2-3 ช้อนชา ผัดๆคลุกๆให้ทั่วแล้วใส่เนยลงไปผัดต่อ

พอส่วนผสมทุกอย่างคลุกเคล้ากันแล้วให้ใส่น้ำสะอาดลงไปประมาณ 3/4 หม้อ ต้มไปเรื่อยๆจนกว่าน้ำจะเริ่มเดือด ใช้ไฟกลาง หมั่นคนก้นหม้อด้วย

พอน้ำเริ่มเืดือดจึงค่อยนำก้อนแกงกะหรี่ที่สับหรือบิไว้ใส่ลงไปในหม้อ ค่อยๆคนไปเรื่อยๆ ให้ระวังก้อนหม้อให้มากเพราะช่วงนี้มักเกิดเหตุการณ์ที่ก้อนแกงไปติดก้นหม้อจนไหม้ได้

คนไปเรื่อยๆ ร้องเพลงหรืออ่านการ์ตูนไปด้วยก็ได้ จนแกงเริ่มข้น น้ำเริ่มงวดและส่งกลิ่นหอมจึงค่อยยกลงจากเตา...จากนั้นปล่อยไว้ให้เย็นแล้วเก็บทิ้งไว้อย่างน้อยสักหนึ่งคืนเพื่อให้แกงเข้าเนื้อจึงนำมารับประทาน รับรองอร่อยเริ่ด

 หมายเห็ด: ไม่มีภาพจัดจานเนื่องจากนำไปทานที่ทำงานวันนี้ แต่ด้วยความหิวหน้ามืดเลยทานเรียบก่อนจะรู้ตัวว่าควรถ่ายภาพไว้...แต่ก็ตั้งใจจะถ่ายวันพรุ่งนี้แทนนะจ๊ะ 

 

หลังจากทำแกงกะหรี่เสร็จก็เลยออกเอ้อระเหยนอกบ้าน ครึ้มอกครึ้มใจเลยตัดผมซะเลย...ออกมาเป็นทอมซะงั้น แป่วว แต่ก็น่ารักดี (ชมตัวเอง) รู้สึกเหมือนดูเด็กลง...เฉพาะทรงผม ส่วนหน้าเหี่ยวย่นแตกแห้งได้อีก เศร้า

ช่วงเย็นลองร้านอุด้งกับโซบะเปิดใหม่ที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า เพิ่งได้ลองทานโซบะเป็นครั้งแรกในชีวิต ถ้ารู้ว่า่โซบะเป็นเส้นที่อร่อยขนาดนี้ฉันคงลองมานานแล้ว เขินจังไม่เคยทานโซบะมาก่อน แหะ แหะ

 เซทเทมปุระกับโซบะของฉัน อร่อยสุดๆ

 อุด้งสักอย่างของแม่ น้ำซุปอร่อยดี
อุด้งแกงกะหรี่ของน้องชาย ไม่ได้ลองชิม
ไก่คาราอาเกะกับซอสรสประหลาดที่แม่ชอบ
เกี๊ยวซ่าอร่อย ไม่น่าเชื่อว่าเป็นเครือของโออิชิ

 

อิ่มแล้วควงแขนแม่ไปเดินเล่นปล่อยน้องชายไปร้านหน้ังสือ เอ้อระเหยกันจนดึกถึงกลับบ้านกัน ครอบครัวฉันช่างผลาญเวลากันได้เก่งจริงๆนะเนี่ย

 

สรุปข้าวของที่ได้วันนี้

1. ของขวัญปีใหม่สำหรับคนที่กอง ถึงจะดูสิ้นคิดแต่เป็นของใช้ประโยชน์ (กิน) ได้เชียวนะ

2. ของเล่นส่วนตัว ตอนนี้แม่ยึดกบเหลาดินสอปรับระดับได้ไปซะแหล่ว